ตั้งแต่blogคุณ kunow เปิดประเด็นเรื่องศรัทธา ก็มีอีกหลายblogที่พูดเรื่องนี้ เราเข้าไปอ่านแล้วเข้าใจบ้างไม่เข้าใจบ้าง(ปกติเราจะอ่านแต่หนังสือธรรมะที่อ่านเข้าใจง่ายๆน่ะค่ะ พวกปรัชญาเรารู้สึกว่ามันอ่านยากสำหรับเรามากๆเลย) ไม่ได้ตั้งใจจะมาเขียนเรื่องนี้หรอกค่ะ แค่อยากจะบอกว่าพออ่านเรื่องเกี่ยวกับศรัทธาและความเชื่อแล้วทำให้นึกถึงละครญี่ปุ่นเรื่องนึงที่ดูไปเมื่อปลายเดือนที่แล้ว

ละครเรื่องนี้เป็นละครสั้นตอนเดียวจบที่สร้างจากหนังสือเรื่อง たったひとつのたからもの(Tattahitotsunotakaramono-สิ่งล้ำค่าเพียงหนึ่งเดียว) ซึ่งเคยเป็นหนังสือที่ขายดีติดอันดับของญี่ปุ่นอยู่พักหนึ่ง ไม่รู้ว่าที่เมืองไทยได้มีใครเอาไปแปลหรือยัง(เราเองก็ยังไม่เคยอ่านตัวหนังสือต้นฉบับเหมือนกัน) ซึ่งเรื่องนี้เป็นเรื่องจริงของสามีภรรยาคู่หนึ่งที่หลังจากคลอดอาคิยูกิลูกชายคนแรก(และคนเดียว)ได้ห้าวัน หมอก็วินิจฉัยว่าอาคิยูกิเป็นโรคดาวน์ซิมโดรมที่มีอาการของโรคหัวใจร่วม(ซึ่งคนเป็นดาวน์ซิมโดรมส่วนมากมักจะมีโรคหัวใจร่วมอยู่แล้วค่ะ) และยังมีปอดที่มีรูปร่างผิดปรกติด้วย ซึ่งจะทำให้อาคิยูกิไม่น่าจะมีชีวิตอยู่ได้เกินหนึ่งปี

แน่นอนว่าคนเป็นพ่อแม่เมื่อได้ยินว่าลูกตัวเองจะตายภายในหนึ่งปีก็ย่อมต้องช็อคเป็นธรรมดา แต่ว่าทั้งสองคนก็ไม่ยอมแพ้ ทั้งสองคนเข้ารับการปรึกษาหมอในเรื่องของการเลี้ยงอาคิยูกิอย่างสม่ำเสมอ ไม่ว่าจะเป็นการรับยา วิธีการให้นม วิธีการอุ้ม ไปจนถึงการตั้งอุณหภูมิห้อง ซึ่งทั้งสองคนเชื่อว่าน่าจะทำให้อาคิยูกิมีชีวิตต่อได้แม้แต่เพียงแค่หนึ่งวันก็ยังดี

ไม่ใช่แค่เพียงหนึ่งวันเท่านั้น แต่จนอาคิยูกิขึ้นขวบปีที่สอง การต่อสู้ของทั้งสองสามีภรรยาก็ยังไม่จบสิ้น ร่างกายของอาคิยูกิเริ่มแข็งแรงขึ้นแต่ขั้นต่อไปนั้น ทั้งสองคนจะต้องสอนให้หนูน้อยหัดเดินให้ได้(เด็กที่เป็นดาวน์ซินโดรมจะมีเชาว์ที่ค่อนข้างต่ำกว่ามาตรฐานซึ่งจะทำให้การพัฒนาการทางสมองทั้งการพูดการเดินช้ากว่าเด็กปรกติค่ะ)ฉากที่ แต่ไม่ว่าจะพยายามขนาดไหนอาคิยูกิก็ยังเดินไม่ได้ซะที แต่ทั้งสองคนก็ไม่ยอมแพ้

จนในที่สุดอาคิยูกิก็เริ่มเดินได้ครั้งแรกตอนที่ทั้งสามคนไปเที่ยวทะเลด้วยกันค่ะ ฉากที่อาคิยูกิเดินได้นั้นเป็นฉากที่น่าประทับใจมากฉากนึงเลยล่ะค่ะ และหลังจากนั้นก็มีเรื่องราวอีกมากมายไม่ว่าจะเป็นการที่ทั้งสองส่งลูกเข้าเรียนเนสเซอร์รี่ร่วมกับเด็กปรกติเพื่อกระตุ้นการพัฒนาการของอาคิยูกิ หรือการสอนให้อาคิยูกิเดินกลับบ้านเองได้ ซึ่งใช่แต่เป็นเพียงความพยายามของสามีภรรยาเท่านั้น แต่ตัวอาคิยูกิเองก็พยายามที่จะทำเพื่อพ่อกับแม่ด้วยเช่นกัน

แต่ว่าน่าเสียดายที่ชีวิตจริงไม่ได้จบลงอย่างสวยงามเหมือนนิยาย อาคิยูกิจากพ่อกับแม่ไปหลังวันเกิดครบรอบหกปีเพียงสองเดือน แต่ทว่าเท่านี้ก็ถือว่าปาฎิหาริย์แล้วสำหรับชีวิตที่หมอบอกว่าจะอยู่ได้ไม่เกินหนึ่งปี ซึ่งระยะเวลาหกปีสองเดือนนี้ได้สอนให้สองสามีภรรยารู้อะไรมากมายไม่ว่าจะเป็นความหมายของการมีชีวิตอยู่ ความศรัทธาและเชื่อมั่น และได้รับรู้ว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดคืออะไร

「人の幸せは、命の長さではないのです」

เพราะว่าความสุขของคนเรานั้นไม่ใช่ความยืนยาวของชีวิตแต่อย่างใด

แล้วสำหรับคุณ ความสุขของคุณคืออะไร กับชีวิตที่ได้มาในตอนนี้ คุณรู้ความหมายของมันแล้วหรือยัง กับชีวิตที่บางคนอาจไม่มีโอกาสยืนยาวได้เช่นคุณ คุณใช้มันคุ้มค่าแล้วหรือยัง (บอกแล้วว่าไม่ได้เขียนเรื่องเกี่ยวกับศรัทธาเลย)

tattahitotsunotakaramono

ภาพจากหนังสือเรื่อง Tattahitotsunotakaramono ค่ะ ไว้สอบเสร็จแล้วจะลองหามาอ่านดู

http://www.tddf.or.th/news0110472.htmlเกร็ดเล็กน้อยทบทวนความรู้เรื่องดาวน์ซินโดรม

Comment

Comment:

Tweet

มาชวนกินเหล้า กินป่าว

#7 By kunow on 2004-11-19 02:18

ไม่รู้สิ.. สำหรับเราเป็นความเศร้าที่น่าประทับใจมากเลย..

เขียนบล๊อคได้น่าสนใจจัง..ชอบฟ่ะ..

ญี่ปุ่น..สบายดีมั๊ยวันนี้..??

#6 By kunow on 2004-11-19 02:17

ความตายเป็นสิ่งที่ทุกคนต้องเจอ และทุกคนไม่อยากให้เป็น แต่อย่ากลัวความตาย เพราะคุณหลีกเลี่ยงมันไม่ได้ แต่ที่ผมกลัวคือตายแล้วจะเป็นไงต่อไป.....

#5 By AERIAL RAVE on 2004-11-19 00:28

อ่านแล้วเศร้านะ แต่ก็ทำให้คิดอะไรได้อีกหลายอย่างดี (คนเขียนน่ะ ตอนเขียนแอบน้ำตาไหลไปด้วยรึเปล่าจ๊ะ..) คงสบายดีนะจ๊ะ

#4 By คนรักป๋าเคน (203.150.217.118) on 2004-11-18 21:13

อ่านแล้วร้องไห้เลย TwT

#3 By [] R e n z E [] on 2004-11-18 16:31

โอ๋ยย....แค่อ่านก็เศร้าแล้ว
เฮ่อ..............
เศร้า...........เกินไปแล้ว.....ลงรูปอีก......

#1 By Catkun on 2004-11-18 09:59