ช่วงนี้คุยกับเพื่อนก็เห็นมันชอบพูดถึงเด็กแนวๆกัน ไอ้เราก็หลังเขามากไม่รู้ว่ามันแปลว่าอะไร(บัดนี้ก็ยังไม่รู้ ถ้าใครรู้ช่วยอธิบายหน่อยเถอะนึกว่าทำบุญ)เพื่อนมันก็ไม่ยอมบอกปล่อยให้เราหลังเขาต่อไป แต่คิดเอาว่าน่าจะเป็นแฟชั่นการแต่งตัวของวัยรุ่นประเภทหนึ่ง ก็เลยว่าจะมาเล่าเรื่องเด็กแนวไสตล์วัยรุ่นญี่ปุ่นๆบ้าง

พูดถึงแฟชั่นญี่ปุ่นยุคแรกๆเลยใครๆก็ต้องนึกถึงสาวน้อยหน้าใส ใส่ถุงเท้ายาวๆย่นๆที่เรียกว่าloose socks นั่นคือแฟชั่นของเด็กวัยรุ่นยุคดั้งเดิมเลยทีเดียว(ราวๆก่อนปี1998) ซึ่งตอนนี้ก็ยังมีแต่งกันอยู่ แฟชั่นสไตล์นี้เราเรียกว่า ギャル(Gal) โดยมีกฎง่ายๆเพียงแค่1.มีความมั่นใจในความน่ารักของตัวเอง 2.แต่งตัวออกใสๆน่ารักไว้ก่อน 3.พูดด้วยน้ำเสียงสูงหวาน 4.นุ่งมินิสเกิร์ต(แม้จะเป็นชุดนักเรียน)พร้อมloose sock เรียกได้ว่าขายความใสๆล้วนๆเลยก็ว่าได้

แต่ทว่าราวปี1998-2000 ไสตล์การแต่งตัวของวัยรุ่นญี่ปุ่นกลับเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ โดยในยุคนี้ สาวๆจะนิยมทาหน้าทาตัวให้ดำและย้อมผมสีทองใส่ไมโครสเกิร์ตและรองเท้าบู๊ต ซึ่งเราจะเรียกว่าแฟชั่น顔黒(Gankuro-หน้าดำ) ซึ่งนับว่าเป็นแฟชั่นที่หลุดโลกมากที่เดียว เหตุผลของการหลุดโลกขนาดนี้มีนักวิชาการได้วิเคราะห์กันไว้ว่า เป็นแฟชั่นที่สะท้อนสังคมญี่ปุ่นในช่วงฟองสบู่แตก ซึ่งเป็นช่วงที่มีการเลย์ออฟพนักงานออกเป็นจำนวนมากโดยจะคงเหลือเพียงพนักงานที่มีความสามารถมีประโยชน์ต่อบริษัทเท่านั้น ในช่วงนั้นจะมีการแบ่งกลุ่มคนออกเป็นผู้ชนะ(ไม่ถูกเลย์ออฟ)และผู้แพ้(ถูกเลย์ออฟ)ออกอย่างชัดเจน ซึ่งการแต่งตัวสไตล์กังคุโระนี้จะถือว่าตัวเองเป็นคนมีความสามารถพร้อมที่จะแข่งขัน ต่างกับกลุ่มผู้แพ้ จึงพยายามแต่งตัวให้ดูแปลกและเท่ห์(ในสายตาเค้า) โดยกลุ่มกังคุโระนี้จะค่อนข้างทำตัวเป็นปฏิปักษ์กับสังคมและจะยึดตัวเองเป็นศูนย์กลาง(วิเคราะห์กันขนาดนี้เชียวรึ)

แต่ว่านับแต่ปี2001จนถึงปัจจุบัน กังคุโระเริ่มลดน้อยลงเรื่อยๆจนแทบจะไม่เหลืออีกแล้วในปัจจุบัน แต่มีแฟชั่นที่เรียกว่าマンバ(Manba)เข้ามาแทนที่ แฟชั่นสไตล์manbaนั้นดูเผินๆจะคล้ายกับกังคุโระมากที่เดียวเพราะจะทาผิวและหน้าสีดำเหมือนกัน แต่จะต่างกันตรงที่manbaนั้นมักย้อมผมสีขาว(หรือไม่ย้อมผม) แต่งขอบตาขอบปากให้เป็นสีขาวมากๆ และจะไม่แต่งตัวเน้นความเท่ห์ แต่จะเน้นความน่ารักแทน นิยมสีชมพูและมักมีaccessaryน่ารักติดตัวเสมอ มักพูดลงท้ายด้วยคำว่าにゃん(nyan-คล้ายเสียงแมวร้อง)ซึ่งถ้าเป็นกลุ่มผู้ชายเราจะเรียกว่าCenter guy ซึ่งจะเน้นความน่ารักไม่แพ้กัน

นักวิชาการ(อีกแล้วเรอะ)ก็ได้วิเคราะห์ถึงปรากฏการณ์กลายพันธุ์จากkunkuroมาเป็นmanbaว่า เพราะกระแสการตัดสินกลุ่มแพ้ชนะของสังคมซึ่งถึงแม้ว่ารู้กันอยู่แล้วว่าใครเป็นกลุ่มผู้ชนะ แต่ก็ยังพยายามผลักการแข่งขันและแรงกดดันมา ทำให้เกิดแนวหลักของสไตล์การแต่งตัวแบบmanbaที่เน้นการแต่งให้น่ารัก เพื่อให้ถูกรัก และกลุ่มmanbaนี้จะมีการรวมกลุ่มกันสูงเพื่อต่อต้านสังคมที่ตีกรอบคนเพียงความเก่ง ซึ่งนี่ก็เป็นข้อแตกต่างใหญ่ระหว่างkankuroที่เน้นการแข่งขัน ความเข้มแข็ง แต่ในขณะที่manbaจะคิดว่าไม่ต้องเข้มแข็งก็ได้ ไม่ต้องแข่งขันกันก็ได้ และจะเน้นความปรองดองซึ่งกันและกันในกลุ่มมากกว่า

ในปัจจุบันการแต่งตัวสไตล์manbaยังมีแบ่งกลุ่มย่อยๆออกไปได้อีก เช่น Yamanba ที่จะเน้นส่วนที่แต่งสีขาวให้มากขึ้น และทาหน้าทาตัวให้ดำมากขึ้นกว่ากลุ่มmanbaทั่วๆไป หรือ Serenba ซึ่งมาจาก Sereb(มาจาก celebrity เป็นแฟชั่นการแต่งตัวของสาวญี่ปุ่นทั่วไปที่เน้นการใช้สินค้ามียี่ห้อ แต่งให้ดูหรู นั่งร้านอาหารหรูๆ)กับmanba ก็คือแต่งหน้าทาผิวสไตล์manbaแต่ใช้สินค้า ทำตัวแบบพวกserebนั่นเอง หรือแม้แต่แบ่งย่อยตามยี่ห้อเสื้อผ้าที่ใส่เช่น kokonba คือเป็นพวก manbaที่ใส่เสื้อผ้ายี่ห้อ kokolulu(เป็นเสื้อผ้าสีสันแสบตาแต่ดูแล้วน่ารัก ราคาแพงระยับ เราก็แอบไปซื้อมาตัวนึงตอนเทศกาลลดครึ่งราคา -_-a) หรือกลุ่มที่แต่งตัวด้วยชุดแมวไปเลยก็มี แบบตัวการ์ตูนที่สวนสนุกแต่ไม่ใส่หมวกการ์ตูน แต่ใส่หมวกหูแมวแทน(ฮามากกลุ่มนี้เคยเห็นแล้ว) และยังมีอีกมากมายที่เราไม่รู้ชื่อ

แต่สิ่งหนึ่งที่เรารู้สึกได้จากกลุ่มเด็กพวกนี้คือ(เท่าที่เคยเจอจากตัว) ไม่ว่าทุกคนจะดูเหมือนงี่เง่าไร้สติยังไง แต่จะมีอัทธยาศัยดี มีน้ำใจ ร่าเริงแจ่มใสและเมื่อถึงเวลาหรือวัยที่จะต้องทำงานทำตัวตามกฏระเบียบของสังคมทุกคนก็กลับมาเป็นเหมือนคนปรกติ ซึ่งเหมือนกับพวกเค้าได้ฝากข้อคิดให้กับผู้ใหญ่อย่างเรา(จริงๆเราก็ยังไม่แก่ขนาดนั้นนะเนี่ย)ว่า อย่าตัดสินคนแค่เพียงรูปร่างเสื้อผ้าการแต่งกายและสิ่งที่เห็นได้จากภายนอกเท่านั้น....(ที่สำคัญเสื้อผ้าที่พวกเธอหาซื้อมาแต่งกันนั้นมาจากน้ำพักน้ำแรงการทำงานพิเศษของตัวเอง มิได้แบมือขอพ่อแม่แต่อย่างใด)

manba กลุ่มmanba ที่พบได้บ่อยแถวชิบูยะ

สาวสไตล์Yamanba yamanba

cocolulucocolulu

เสื้อผ้าสีหวานเจ็บๆ ลายน่ารัก ต้องยกให้cocolulu (ตัวละห้าพันเยนค่ะ -_-")

 


 

ว่าจะพูดเรื่องระเบียบการแต่งกายที่เมือไทยหลังจากเล่าเรื่องนี้แต่มันยาวเกิน ไว้จะมาเขียนใหม่วันหลังแล้วกันค่ะ

Comment

Comment:

Tweet

ก๊สวยดีอ่ะ

อยากด้ายแต่งบ้านใหม่big smile cry

#1673 By Alone…Queen (125.27.143.161) on 2010-10-17 03:36

But I could not tell to Dmitry how I have lost it. http://astelin.supercheapx.co.cc/get-high-off-suboxone.html get high off suboxone http://trizivir.supercheapx.co.cc/weight-gain-with-nasonex.html weight gain with nasonex <a href=http://arimidex.supercheapx.co.cc/buy-viagra-on-the-internet.html>buy viagra on the internet</a>

#1672 By Khurshid (203.198.203.205) on 2010-09-28 05:09

Aloha! <a href="http://www.dtfansub.altervista.org">cupcake inside technica ongoing microblogging</a> [url=http://www.shop.netmovie.com]keep place change country[/url] http://research.microsoft.com

#1671 By agreementc (79.142.65.209) on 2010-09-12 15:13

comment6, music download, mhoqm, mp3 music download, :-OOO, free mp3 music download, :[[, get free mp3, qvrsi, music download, 64782, mp3 music download, dtxrg, download free mp3, %-P, music download, 983431, download mp3, %-OOO, mp3 music download, vyn, mp3 music download, frvl, mp3, %[[[, get free mp3, wwb, music download uk, hiwkh, free mp3, hckfd,

#1670 By download mp3 (91.124.55.37) on 2010-09-09 22:07

Eventually they have sent for our little table with Serezhej two bottles of champagne. http://doryx.supercheapx.co.cc/zyprexa-for-treatment-of-anxiety-disorder.html zyprexa for treatment of anxiety disorder http://duragesic.supercheapx.co.cc/suboxone-on-drug-tests.html suboxone on drug tests <a href=http://arimidex.supercheapx.co.cc/buy-viagra-on-the-internet.html>buy viagra on the internet</a>

#1669 By Narottam (82.119.76.130) on 2010-08-29 19:21

XQL3C0 <a href="http://dztpdmlgvvxg.com/">dztpdmlgvvxg</a>, [url=http://qtpjnhgnpgso.com/]qtpjnhgnpgso[/url], [link=http://xksqvhjcdkyz.com/]xksqvhjcdkyz[/link], http://esvlhwmxhpcn.com/

#1668 By UYIeRQbN (60.217.232.54) on 2010-08-19 20:02

Bahir Dar airpor