ถ้าพูดถึงการสอบวัดระดับภาษาอังกฤษไม่ว่าจะเป็นTOEFL,TOEIC และอื่นๆ คิดว่าคนส่วนมากน่าจะคุ้นกันดี แต่สำหรับการสอบวัดระดับภาษาญี่ปุ่นแล้ว(日本語能力試験-NIHONGONOURYOKUSHIKEN)ถ้าคนไม่คุ้นเคยกับภาษาษาญี่ปุ่นก็คงจะงงว่ามันเป็นอะไร

การสอบวัดระดับภาษาญี่ปุ่นนั้นจะต่างจากการสอบภาษาอังกฤษตรงที่จะมีการแบ่งเป็นสี่ระดับคือ หนึ่ง สอง สาม สี่(จริงๆ อยากให้ชื่อเท่ห์ๆ กว่านี้นะ) ซึ่งมาตรฐานของแต่ละระดับนั้นจะอยู่ที่

ระดับหนึ่ง ถือว่าเป็นระดับสูงสุด ผู้สอบผ่านควรรู้คันจิ(ตัวอักษรจีน)เกินสองพันตัว รู้คำศัพท์มากกว่าหนึ่งหมื่นคำ ซึ่งถือว่าสามารถใช้ชีวิตได้ในญี่ปุ่นอย่างไม่มีปัญหา

ระดับสอง เป็นระดับกลาง ผู้สอบผ่านควรรู้คันจิ(ตัวอักษรจีน)เกินพันตัว รู้คำศัพท์มากกว่าหกพันหมื่นคำ ซึ่งถือว่าสามารถสนทนาภาษาญี่ปุ่นเรื่องทั่วๆไปในชีวิตประจำวันได้

ระดับสาม เป็นระดับเบื้องต้น ผู้สอบผ่านควรรู้คันจิ(ตัวอักษรจีน)เกินสามร้อยตัว รู้คำศัพท์มากกว่าพันห้าร้อยคำ ซึ่งสามารถสนทนาเรื่องง่ายๆได้

ระดับสี่ เป็นระดับเริ่มต้น ผู้สอบผ่านควรรู้คันจิ(ตัวอักษรจีน)เกินหนึ่งร้อยตัว รู้คำศัพท์มากกว่าแปดร้อยคำ ซึ่งสามารถพูดเป็นประโยคสั้นๆ ง่ายๆ ได้

สำหรับการสอบวัดระดับภาษาญี่ปุ่นนั้น จะมีอยู่สามส่วนด้วยกันคือ ส่วนคำศัพท์และคันจิเต็มร้อยคะแนน ส่วนการฟังเต็มร้อยคะแนน และส่วนการอ่านและไวยากรณ์เต็มสองร้อยคะแนนซึ่งแต่ละระดับที่สอบก็จะยากง่ายต่างกัน เช่นในระดับสามส่วนการฟังจะพูดช้าๆ ศัพท์ไม่ยาก และไม่หลอกมาก ในขณะที่ระดับหนึ่ง จะพูดระดับคนญี่ปุ่นพูดปกติ ศัพท์ค่อนข้างยากและมีการหลอก(ถ้าฟังออกไม่หมดจะเดาไม่ได้) ส่วนไวยากรณ์ก็เช่นกัน ในระดับหนึ่งมักเป็นไวยากรณ์ที่ไม่ค่อยพบในชีวิตประจำวัน เป็นไวยากรณ์ใช้ในการเขียนเรียงความ บทความ ในขณะที่ระดับสองจะเป็นไวยากรณ์ทั้งหมดที่ใช้ในชีวิตประจำวัน

ซึ่งเกณฑ์ในการผ่านนั้น ระดับหนึ่งเท่านั้นที่ต้องผ่านเจ็ดสิบเปอร์เซนต์ของคะแนนรวม(เพราะถือว่าเป็นระดับที่ใช้ในการสมัครงานในบริษัทที่ญี่ปุ่น) ในขณะที่ระดับอื่นเพียงหกสิบเปอร์เซนต์ก็ผ่านแล้ว ซึ่งที่เมืองไทยที่เป็นประเทศที่ไม่ได้ใช้ตัวอักษรจีนและไวยากรณ์ต่างกับภาษาญี่ปุ่นมากนั้น ถ้าได้ระดับหนึ่งแล้วถือว่าหรูมากทีเดียว(มีรุ่นพี่เราที่เป็นล่ามมาเรียนที่นี่และสอบระดับหนึ่งกลับไปสมัครงานล่ามที่เมืองไทยเริ่มต้นเรียกเงินเดือนที่หกหมื่นเจ็ดหมื่นบาทได้) ซึ่งในขณะที่คนจีนและคนเกาหลีจะเห็นคนสอบวัดระดับหนึ่งกันได้เกลื่อนมาก

แต่ว่าสิ่งที่ถือว่าโหดสุดของการสอบวัดระดับภาษาญี่ปุ่นนั้นก็คือ มีการจัดสอบแค่ปีละครั้ง(ประมาณต้นเดือนธันวาคมของทุกปี วันเดียวกันทุกประเทศที่มีการจัดสอบ) นั่นก็คือใครตกแล้วก็จะต้องรอไปสอบใหม่ปีหน้าเลย ซึ่งถือว่าจะต้องช้าไปอีกปีนึงในกรณีที่จะต้องเอาไปสมัครงานหรือเรียนต่อ(ในที่ที่กำหนดว่าจะต้องมีใบผ่านการสอบ) และนี่ก็ทำให้คนที่สอบไม่ผ่านปีนั้นๆร้องไห้ไปหลายต่อหลายคนแล้ว

นอกจากนี้การสอบวัดระดับภาษาญี่ปุ่นก็ยังมีแบบอื่นอีกมาก เช่น日本語留学試験-nihongoryuugakushukenซึ่งจะใช้สำหรับนักเรียนต่างชาติที่ต้องการสมัครเข้ามหาวิทยาลัยในญี่ปุ่น ซึ่งศัพท์ที่ใช้สอบจะเน้นศัพท์ที่ใช้ในการเรียนมากกว่าและJETRO testที่เน้นศัพท์ทางธุรกิจ

อันว่าตัวเราเองนั้นปีนี้ก็ลองสอบระดับหนึ่งดูเหมือนกัน แต่ว่าถอดใจไปเรียบร้อยแล้วเพราะว่าเอาแต่ทำรายงานของมหาวิทยาลัยไม่มีเวลาอ่านหนังสือทบทวนเลย ส่วนใครที่สอบวัดระดับปีนี้นั้นไม่ว่าจะระดับไหนขอให้ตั้งใจทำให้ดีที่สุด และขอให้ผ่านกันทั่วหน้านะคะ

Comment

Comment:

Tweet

โชคดีในการสอบ TOEIC ทุกคนนะครับ ทำแบบทดสอบพรีเทสก่อนไปสอบกันมากๆหล่ะ จะได้ไม่มานั่งปวดหัวตอนคะแนนออก

http://study.vcharkarn.com/pretest

เตรียมตัวก่อนสอบ TOEIC กับ
PA Pornpan Academybig smile

#6 By สอบ TOEIC สู้ๆ (10.209.8.39, 202.12.97.122) on 2011-12-22 12:06

สอบเสร็จแล้ว ฮ่าๆๆ ปีหน้ายังมี ฮ่าๆๆๆ ฮือๆๆๆ

#5 By ringo (220.217.85.191) on 2004-12-05 21:25

สอบเยอะจังเลย =[]="
แต่ว่าเด็กอย่างเรา สบายไปก่อน วะฮ่าๆๆๆๆ (ภาษาญี่ปุ่นไม่สน เอาภาษาไทยให้รอดก่อน...)

#4 By AERIAL RAVE on 2004-12-04 23:30

ภาษาญี่ปุ่น เรียนๆลืมๆ แค่ระดับ 4 ยังไม่ได้สอบซะที เพราะพอหยุดเรียนก็ลืมหมด เหอๆ

ทำให้เต็มที่แล้วกันนะครับ และอวยพรให้คนอื่นๆที่จะสอบด้วย ^^

#3 By PaePae on 2004-12-04 22:28

ปีนี้ว่าจะสมัครสอบระดับ 3 แต่สมัครไม่ทันแฮะ
ปีหน้าไม่รู้จะลองสมัครดีมั้ย

งั้นปีนี้อวยพรคนที่ไปสอบบ้าง ขอให้ผ่านนะครับ

#2 By catkun (168.120.92.18) on 2004-12-04 19:02

โอ้ oO มันต่างกันอย่างงี้นี่เอง
ผมที่ภาษาญี่ปุ่นไม่กระดิกก็ขอให้คนที่สอบ
ปีนี้โชคดีเช่นกันเน้อ ^^

#1 By renze (61.91.97.237) on 2004-12-04 19:02