ฮะเหยๆ หายไปนานอีกแล้วครับท่าน

ก่อนจะต่อกันจากคราวที่แล้ว ในที่สุดเราก็เลือกที่ทำงานแล้ว ที่ บริษัท N(ชื่อย่อ) ตื่นเต้นมากปีหน้าจะได้เริ่มทำงานที่นี่แล้ว(แต่ก่อนอื่นต้องตั้งใจเขียนวิทยานิพนธ์และเรียนให้จบก่อนนะ-_-;)

เข้าเรื่องต่อจากตอนที่แล้วกันดีกว่า นั่นก็คือช่วงที่เรียกว่า Group Discussion ซึ่งรูปแบบโดยมากทางบริษัทก็จะให้หัวข้อหนึ่งหรือปัญหามาแล้วให้แบ่งเป็นกลุ่มประมาณ 6-8 คนเพื่ออภิปรายกันในเรื่องที่เกี่ยวกับหัวข้อหรือปัญหานั้นแล้วหาทางแก้ไขกันในกลุ่มภายในเวลาประมาณ 45-60นาทีแล้วแต่บริษัทและหลังจากได้ข้อสรุปแล้วก็จะต้องพรีเซนท์ให้กรรการคุมสอบฟัง เช่น อย่างบริษัทคอนซัลท์ accenture ตอนที่เราไปสอบมาให้หาวิธีการรีโมทออฟฟิส(การทำงานที่บ้านได้โดยไม่ต้องเดินทางมาทำงานที่บริษัท)มาใช้งานให้ได้ผลดีที่สุด หรือบางบริษัทจะเป็นลักษณะของ group work คือให้งานมาชิ้นหนึ่งให้กลุ่มทำให้สำเร็จในเวลา ในขั้นตอนนี้บริษัทจะดูว่าผู้สมัครงานมีแนวการคิดสมเหตุสมผลหรือไม่ พูดเรื่องที่สอดคล้องกับหัวข้อที่ให้หรือไม่กล้าพูดในสิ่งที่ตัวเองคิดหรือเปล่าฟัง นอกจากพูดแล้วฟังที่คนอื่นพูดด้วยหรือเปล่าเพราะเวลาทำงานจริงๆ บริษัทที่นี่จะเป็นการทำงานแบบเป็นทีมซะมาก ถ้าพนักงานที่รับเข้ามาต่อให้เก่งขนาดไหนแต่ทำงานแบบวันแมนโชว์ เข้ากับพนักงานคนอื่นไม่ได้ หรือไม่กล้าพูดไม่กล้าแสดงความคิดเห็น หรือแสดงความคิดเห็นแบบข้างๆคูๆ(อย่างเวลา group discussion บางทีคนพูดมากๆแต่พูดแล้วไม่เกิดประโยชน์กับหัวข้อที่ได้มา หรือพูดคนละเรื่องก็ตกได้เหมือนกัน)ก็ทำงานได้ไม่ก้าวหน้า ซึ่งในขั้นตอนนี้ส่วนมากถ้าไม่เงียบไปเลยทั้งชั่วโมงพูดอยู่สองสามคำ หรือพูดแบบมั่วๆซั่วๆ ก็มักจะผ่านกันไปได้ไม่ค่อยมีปัญหาเท่าไหร่นักหลังจากสอบสัมภาษณ์เสร็จแล้ว กรรมการก็จะบอกว่าจะติดต่อกลับไปภายในเวลากี่วันๆ ซึ่งหลังจากวันสอบ มนุษย์สมัครงานทุกคนจะเป็นโรคบ้าจี้ดูโทรศัพท์มือถือทุกครึ่งชั่วโมงเพราะกลัวว่าบริษัทจะติดต่อมาแล้วไม่ได้รับ ยิ่งถ้าใกล้ๆวันหมดเขตกำหนดที่บริษัทจะติดต่อกลับมาแล้วยังไม่มีโทรศัพท์มาจากบริษัทนั้น ทุกคนจะเกิดอาการเศร้าซึมถึงขั้นกินไม่ได้นอนไม่หลับดูโทรศัพท์มือถือกันทุกสิบนาทีเลยทีเดียว ซึ่งถ้าเกินวันติดต่อกลับแล้วยังไม่มีโทรศัพท์กลับมาก็แสดงว่า out บางบริษัทใจดีหน่อยก็จะไม่ให้รอเก้อ ก็คือจะส่งเมลล์บอกว่าคุณตกนะจ๊ะมา(ซึ่งไม่มีใครอยากได้เท่าไหร่)

หลังจากผ่าน group discussion ไปได้แล้ว ก็จะเป็นด่านอรหันต์การสอบสัมภาษณ์ ซึ่งจะมีตั้งแต่ 2-4 ครั้งมากน้อยขึ้นกับแต่บริษัท แต่โดยมาก การสอบสัมภาษณ์รอบแรกกรรมการ(ตั้งแต่ 1-2 คน) สอบมักจะเป็นพนักงานบริษัทที่อายุยังไม่มาก(20ปลายๆถึง35)หรือเป็นเจ้าหน้าที่แผนกบุคคลที่อายุไม่มาก ซึ่งเนื้อหาให้การสอบสัมภาษณ์ก็มักจะเป็นเรื่องที่เขียนใน entry sheet เช่น ตอนเป็นนักเรียนได้พยายามทำเรื่องอะไรมากที่สุดแล้วได้ผลอย่างไร เคยทำงานแบบกลุ่มหรือไม่ ตัวเองมีจุดอ่อนจุดแข็งอะไร ทำไมถึงเรียนคณะนี้ จบมาแล้วทำไมถึงอยากทำงานลักษณะงานแบบนี้(เช่นบริษัทคอนซัลท์ก็จะถามว่าทำไมอยากเป็นคอนซัลท์ บริษัทไอทีก็จะถามว่าทำไมอยากทำงานเกี่ยวกับด้านไอทีทำนองนี้) ทำไมถึงคิดว่าตัวเองเหมาะกับงานลักษณะนี้ คือในการสอบสัมภาษณ์รอบแรกนี้โดยมากบริษัทจะดูว่าเรามีความรับผิดชอบแค่ไหน มีความเป็นผู้ใหญ่พร้อมที่จะทำงานแล้วหรือยัง ชีวิตที่ผ่านมาถึงปัจจุบันมีการวางแผนชีวิตตัวเองดีแค่ไหน ซึ่งสอบสัมภาษณ์รอบแรกก็จะคัดคนออกไปไม่มากเท่าไหร่นัก(ประมาณหนึ่งในสามหรือหนึ่งในสี่) ซึงโดยปกติเวลาในการสอบมักจะประมาณ 15-30 นาทีแล้วแต่คนและบริษัท หลังจากสอบสัมภาษณ์เสร็จ ก็จะเหมือนกับตอน group discussion คือกรรมการจะแจ้งวันติดต่อกลับมา แล้วหลังจากนั้นอาการบ้าจี้ดูโทรศัพท์มือถือก็จะกลับมาหามนุษย์สมัครงานอีกรอบ

เมื่อผ่านรอบแรกแล้วด่านอรหันต์จะเริ่มเข้มงวดขึ้นเรื่อยๆ ในการสอบสัมภาษณ์รอบที่สองนี้ กรรมการจะเป็นพนักงานค่อนข้างมีอายุขึ้นมาหน่อย(30ต้นๆ) ที่ทำงานรับผิดชอบแผนกหรือส่วนที่เราสมัคร จะสอบสัมภาษณ์ ในรอบนี้คำถามก็ไม่ค่อยจะต่างจากรอบแรกเท่าไหร่ แต่อาจมีคำถามดูว่าเรามีความรู้ความพร้อมในแผนกที่สมัครมากแค่ไหน อย่างบริษัทเกี่ยวกับไอที ถ้าสมัครเป็น system engineer ก็มักจะถามว่าเคยเขียนโปรแกรมไหม เขียนอะไรได้บ้าง(แต่ไม่ใช่ว่าเขียนไม่เป็นจะตกเสมอไป กรรมการจะดูความตั้งใจในการเรียนรู้งานด้วย) หรือสมัครเป็น network engineer ก็จะถามว่า มีความรู้เกี่ยวกับระบบเน็ทเวิร์คแค่ไหน เคยคุมระบบเน็ทเวิร์คหรือเปล่า(ซึ่งก็ไม่ใช่ว่าไม่เคยทำแล้วจะตก) ซึ่งบางคนในการสอบสัมภาษณ์รอบนี้ตัวเองไม่เคยมีประสบการด้านที่สมัครมาแต่อยากทำ กลัวว่าบริษัทจะไม่รับเลยโกหกไปว่าตัวเองทำเป็น พอเจอคำถามเฉพาะทางมากๆเข้าก็ตอบไม่ได้กรรมการรู้ว่าโกหกแล้วตกก็มีไม่น้อย ซึ่งจริงๆแล้วไม่จำเป็นเลยว่าถ้าไม่มีประสบการณ์บริษัทจะจับตกเสมอไป เพราะบริษัทญี่ปุ่นส่วนมากจะมีระบบการฝึกงานที่ค่อนข้างดี(เพราะญี่ปุ่นถือว่าการลงทุนกับทรัพยากรบุคคลสำคัญมาก) คือคนที่เริ่มจากศูนย์เลยก็สามารถเรียนรู้งานจนเป็นมืออาชีพได้ขอแค่มีความตั้งใจและพยายามที่จะทำ ซึ่งมีตัวอย่างมากมายในบริษัท หลังจากจบการสอบสัมภาษณ์รอบนี้กรรมการก็จะบอกระยะเวลาติดต่อกลับและวงจรนรกก็จะกลับมาหามนุษย์สมัครงานอีก ในกรณีที่บางบริษัทที่การสอบสัมภาษณ์จบแค่สองรอบนั้น การสอบสัมภาษณ์รอบแรกกับรอบที่สองนั้นจะควบกัน และการสอบสัมภาษณ์รอบที่สามของบริษัททที่มีสอบสัมภาษณ์มากกว่าสองรอบนั้นก็จะเป็นการสอบสัมภาษณ์รอบสุดท้ายของบริษัทที่สอบแค่สองรอบ ซึ่งสอบสัมภาษณ์รอบที่สองนี้บริษัทจะเริ่มคัดคนออกไปเยอะแล้ว(ประมาณครึ่งหนึ่งหรือมากกว่าครึ่งเลยทีเดียว)

หลังจากผ่านการสอบสัมภาษณ์รอบสองได้แล้ว ก็จะมาถึงการสอบรอบที่สาม บริษัทส่วนใหญ่มักจะจบแค่รอบที่สามนี้ (บริษัทที่เราสอบสัมภาษณ์มามากที่สุดก็คือสามรอบนี้) ในรอบที่สามส่วนมากกรรมการจะเป็นหัวหน้าแผนกบุคคลและหัวหน้าแผนกที่เราสมัครงาน(กรรมการมักมีเกิน 2 คนขึ้นไป) คำถามก็มักจะไม่ต่างจากสองรอบแรกเท่าไหร่ แต่จะค่อนข้างเน้นไปที่คำถามว่างานลักษณะนี้มีหลายบริษัทที่ทำนะทำไมถึงเจาะจงอยากทำงานที่บริษัทนี้ คิดว่าเข้าทำงานแล้วสามารถทำประโยชน์อะไรให้บริษัทได้บ้าง ซึ่งก็คือคำถามเพื่อดูว่าเราเหมาะสมที่จะทำงานในบริษัทที่เราไปสมัครหรือไม่นั่นเอง ซึงรอบนี้ต้องทำการบ้านอย่างมากที่เดียว คือต้องหาจุดเด่นของบริษัทที่เราไปสมัครให้ได้ว่าทำไมถึงต้องเป็นที่นี่ไม่ใช่ที่อื่น ซึ่งถ้าเราทำการบ้านมาดีตอบได้ตรงประเด็นมักไม่ค่อยพลาดในรอบนี้มากนัก แต่คนที่พลาดก็มีไม่น้อยทีเดียวซึ่งนับว่าน่าเสียดายมากถ้ารอบนี้เป็นรอบสุดท้าย ในรอบสุดท้ายนี้บางบริษัทก็จะแจ้งผลให้รู้หลังสอบเสร็จแล้วว่าจะรับไม่รับ(ช๊อคตายคาห้องสอบสัมภาษณ์กันไปข้าง) หรือจะแจ้งผลในภายหลัง ซึ่งค่อนข้างนานกว่ารอบอื่นๆ ซึ่งถ้ามาถึงรอบนี้ได้แล้วบริษัทจะแจ้งผลให้ผู้สมัครทุกคนทราบไม่ว่าจะผ่านไม่ผ่าน บางบริษัทใจดีมากขนาดโทรมาบอกเลยว่าไม่ผ่านนะจ๊ะ(ตอนมีโทรศัพท์เข้ามามนุษย์สมัครงานจะดีใจมาก แต่พอฟังผลว่าไม่ผ่านจบช๊อคคาโทรศัพท์ไปเลยก็มี)

อ่านแล้วเป็นยังไงกันบ้างจ๊ะ อยากลองสมัครงานแบบญี่ปุ่นกันบ้างรึเปล่า คราวหน้าจะมาต่อบทสรุปของการสมัครงานแบบญี่ปุ่นและความเห็นส่วนตัวของเราเกี่ยวกับการสมัครงานแบบญี่ปุ่นนี้กัน

Comment

Comment:

Tweet

Webest healthcare Cruises tiny very Pharmacy is is dosage your, buy xanax with paypal, 467,

#6 By xanax withdrawal timeline (200.21.205.217) on 2010-09-09 13:23

is try name hydrochloride drug ikipediaaction Most with tablets t, xanax dosage mg, >:),

#5 By generic xanax (121.110.80.168) on 2010-09-09 13:20

tramadol are is mg itself developing when phosphate clock you the, buy xanax no rx, 616,

#4 By xanax 1 mg effects (88.191.80.33) on 2010-09-09 13:20

ขอบคุณที่ให้ความรู้เรื่องการสมัครงานนะคะ
ตอนนี้ตัวเองก็กำลังเริ่มหางานอยู่เหมือนกัน จะจบอีกสองปีแล้ว ไม่รีบหาก็จะแย่ เลยกลุ่มใจอยู่เหมือนกัน

พออ่านแล้วเริ่มเห็นอะไรเป็นรูปธรรมมากขึ้น รู้วิธีเตรียมตัวเตรียมใจมากขึ้น ก็ได้อะไรหลายๆอย่างมากค่ะ

ขอบคุณมากค่ะ

สู้ตาย

#3 By nim (123.220.198.184) on 2008-11-16 01:59

หายไปนานเยยนะคะ อย่าลืมแวะมาอัพบ้างนะคะ ยิ้มๆๆจ้า

#2 By nanak on 2006-11-16 19:36

แอบโหดแฮะมีโทรบอกว่าไม่ผ่านด้วย

แต่จะว่าไปก็ดีอย่างนะ ไม่ต้องมานั่งรอร๊อรอว่าเมื่อไหร่มันจะโทรมาเรียกหว่า ทำให้คนสมัครตัดสินใจเลือกได้เลยเหมือนกัน

#1 By naj-chan on 2006-05-10 13:09